nitiwadee 的个人资料~*~Never be the same.......照片日志列表更多 工具 帮助

日志


6月8日

หมากลางสวน

วันนี้ฉันกลับบ้านเวลาสี่โมงครึ่ง ซึ่งเป็นเวลาปกติ

อาทิตย์ นี้ฉันเลือกใช้เส้นทางลัด  ที่ต้องผ่านหมู่บ้านแหละหลุมบ่อ  เพราะรู้สึกว่าใกล้กว่าเส้นทางเดิม  และเริ่มหลบหลุมบ่อ  และฝูงวัวได้คล่องขึ้นแล้ว

       เมื่อพ้นหมู่บ้านแรก  ถนนโล่ง  ไม่มีสิ่งมีชีวิตตนใดมาขวางเส้นทาง 

หลุมบ่อก็ไม่มีให้หลบ  ฉันจึงเร่งความเร็วรถให้มากกว่าเดิม 

แต่เมื่อถึงทางแยกก็ไม่ลืมที่จะชะลอเพื่อดูให้แน่ใจว่า  จะไม่มีรถอีแต๊ก  หรือ  อะไรก็ตามโผล่ออกมา

       เมื่อไม่มีอะไร  ฉันจึงเพิ่มความเร็วเป็นปกติ ซึ่งก็ไม่ได้เร็วมาก

เวลานั้นเป็นเวลาที่พระอาทิตย์กำลังเตรียมจะลับขอบฟ้า 

แสงแดดจึงสาดส่องลงมาปะทะกับสองตาของฉันพอดี 

มองสองข้างทางไม่ค่อยชัดเจนนัก 

      ทันใดนั้นเอง  หมาสองตัววิ่งไล่กันออกมาจากทางแยกนั้น  และรถของฉัน  ก็มาถึงแยกนั้นพอดิบพอดี  

นาทีนั้น  ฉันเลือกที่จะไม่เหยียบเบรก และหักหลบ

เพราะถ้าทำแบบนั้น  รถคงเสียหลักแน่ ๆ

      ตุ๊บ.....

      เสียงรถชนเข้ากับเจ้าหมาตัวแรกที่วิ่งออกมา

วินาทีต่อมา  ฉันหันกลับไปมอง หมาตัวนั้นนอนนิ่งอยู่กลางทางที่ฉันเพิ่งผ่านมา

ตอนนั้นฉันรู้สึกสับสนมาก  จะจอดรถแล้วกลับไปดูมันดีไหม

อีกใจหนึ่งก็กลัว  เพราะแถวนั้นไม่มีบ้านคนเลย  มีแต่สวนของชาวบ้าน  

       ขับรถมาอีกประมาณ 500  เมตร 

ฉันจอดรถหน้าโรงเรียนประถมของหมู่บ้านนั้น

แล้งลงไปดูร่องรอย  ว่ารถเป็นอะไรหรือเปล่า  

ไม่มีรอยบุบ  มีเพียงเศษดินจากหมาตัวนั้นติดอยู่

รถไม่เป็นอะไรเลย  หมาตัวนั้นก็ไม่น่าจะเป็นอะไรมาก  

       ระหว่างนั้น  มีชาวบ้านคนหนึ่ง ขับมอเตอร์ไซค์ผ่านมา และมองด้วยความสงสัยว่าฉันจอดรถทำไม  แต่ฉันก็ไม่ได้พูดอะไรกับเขา  

        ฉันขึ้นรถ  และตัดสินใจกลับไปดูหมาตัวนั้น  

เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ  ก็พบว่าชาวบ้านคนนั้นขับรถกลับมาดูเหมือนกัน

       ฉันไม่อยากเห็นภาพตรงหน้านี้เลย  หมาตัวนั้น  ยังนอนอยู่

ฉันรีบจอดรถ  และลงไปดูอาการของมัน

เลือดสีแดงนองอยู่ข้างตัว และมีลำไส้ทะลักออกมา  มันชักกระตุกๆ  เหมือนกำลังจะตาย

ฉันทำอะไรไม่ถูกเลยจริง ๆ  

       ชาวบ้านคนนั้น  จอดรถมาดูและถามว่า  เป็นอะไร 

ฉันจึงเล่าเหตุการณ์ให้เขาฟัง

เขาบอกว่า  ไม่เป็นไรหรอก  มันตายแล้ว  

แล้วเขาก็หิ้วร่างของมันไปไว้ข้างทาง  และใช้ใบไม้กวาดกองเลือดออกจากถนน 

ส่วนฉันก็ได้แต่ยืนมอง  เพราะทำอะไรไม่ถูก

แล้วชาวบ้านอีกสองคนก็มา  และซักถามเรื่องราว

ฉันจึงถามหาเจ้าของของมัน

เขาจึงบอกว่าคงเป็นหมาของเจ้าของสวนแถวนี้แหละ

ไม่เป็นไรหรอก  ทำยังไงได้  มันตายแล้ว  

นั่นสินะ  มันตายแล้ว  จะทำยังไงได้ 

       ฉันได้แต่กล่าวขอบคุณในความมีน้ำใจของเขา

และจากมา

       ฉันรีบโทรหาแม่และเล่าเรื่องราวให้แม่ฟัง  

แม่บอกไม่เป็นไรหรอก

เราก็ทำบุญให้มันและขออโหสิกรรมเอา 

และบอกให้ฉันขับรถกลับบ้านช้า ๆ

        หลังจากที่วางสาย น้ำตาของฉันก็ไหลซึมออกมา

ฉันเสียใจ.....นี่ฉันทำให้หมาตัวนึงต้องตายหรือ

ฉันจึงขับรถช้ามาก  และระมัดระวังมาก

แต่ระหว่างทางนั้นเอง...... 

ก็ยังมีชาวบ้านปั่นจักรยานปาดหน้าฉันไป

        ถ้าฉันขับเร็วปกติ  ถ้าฉันไม่ชนเจ้าหมาเคราะห์ร้ายตัวนั้น

        ไม่แน่  ชาวบ้านคนนี้อาจเป็นคนที่ถูกฉันชนก็ได้

        ออกถนนใหญ่แล้ว  ฉันยังขับรถแค่ 60

        ความตกใจ  ความกลัว  ความเสียใจ  ทำให้ฉันไม่กล้าที่จะขับรถเร็ว

        ฉันถึงบ้านเวลา  ห้าโมงครึ่ง  ทั้งที่ปกติ  ห้าโมงก็น่าจะถึงแล้ว

        พ่อกับแม่มาูดูรถ เมื่อเห็นว่าไม่เป็นอะไร 

        พ่อจึงบอกว่า  แสดงว่าขับไม่ค่อยเร็ว ถ้าพ่อขับกันชนข้างหน้าคงแตกไปแล้ว

        แล้วฉันกับแม่ก็ออกไปตลาด  ก็เจอเหตุการณ์รถปาดหน้าอีกสองครั้ง

นี่ถ้าฉันไม่ชนหมาตัวนั้น  ก็คงชนแถวนี้แน่ๆ   

วันนี้ฉันคงมีเคราะห์จริงๆ  ที่ชนหมา  ก็ถือว่าฟาดเคราะห์ไป

         พรุ่งนี้ที่โรงเรียนทำบุญครบรอบวันสถาปนาโรงเรียน 

         ฉันจะตักบาตรอุทิศส่วนกุศลไปให้นะ

         อโหสิให้ฉันด้วย เจ้าหมากลางสวน